การตรวจวัดมวลกระดูกคล้ายกันกับการตรวจสุขภาพโดยทั่วไป แต่เน้นในส่วนของกระดูก เพื่อให้รู้ทันและป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างทันทวงทีโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ.
ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกระดูกพรุนไปแล้วมักจะไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจน แต่จะมารู้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ ก็ทำให้กระดูกของเราหักได้ และที่สำคัญควรตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี.
สังเกตลักษณะภายนอกร่างกาย เช่น กระดูกสันหลังค่อม ตัวเตี้ยลง
การใช้ภาพถ่ายเอกซเรย์ การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (bone minineral density, BMD) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้เวลาน้อย (5-10 นาที) และสามารถพบภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น มักจะตรวจตําแหน่งกระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ เพราะมีการแตกหักจากกระดูกพรุนได้บ่อย.
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรืออายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
ผู้ชายอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป ผู้ที่กระดูกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคตับ โรคทางเดินอาหารผิดปกติ
ผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีผลข้างเคียงต่อกระดูก เช่น ยาสเตียรอยด์.
ไม่ต้องงดอาหารและน้ำก่อนมาเข้าตรวจ ใส่ชุดที่ถอดออกง่าย และไม่มีส่วนประกอบของโลหะ.
ที่มา: คำแนะนำเวชปฏิบัติ การดูแลรักษาโรคกระดูกพรุน พ.ศ. 2564




